ร้านที่มีรายการรับเงินถี่ ควรเลือกระบบแจ้งเตือนแบบ SMS หรือ แอปรับเงิน?

ร้านที่มีลูกค้าชำระเงินหลายรายการในช่วงเวลาใกล้กัน ต้องการระบบแจ้งเตือนที่รวดเร็วและจัดการรายการต่อเนื่องได้ดี จากการทดสอบและการใช้งานในระบบ Connect Hub พบว่าระบบ In-App เหมาะกับลักษณะการใช้งานนี้มากกว่า SMS พร้อมข้อสังเกตสำคัญเรื่องการขานยอดเมื่อมีหลายรายการเข้าต่อเนื่องกัน

เปรียบเทียบ SMS กับ In-App สำหรับร้านที่มีรายการรับเงินถี่

SMS: ประมาณ 5–10 วินาที

จากการทดสอบของ Connect Hub การได้รับ SMS ใช้เวลาประมาณ 5–10 วินาที จึงมีระยะเวลารอมากกว่าเมื่อเทียบกับระบบ In-App

In-App: ประมาณ 1–3 วินาที

จากการทดสอบของ Connect Hub ระบบ In-App ใช้เวลาประมาณ 1–3 วินาที จึงเหมาะกว่ากับร้านที่มีลูกค้าหลายรายชำระเงินในช่วงเวลาใกล้กัน

รายการยิ่งถี่ เวลายิ่งมีความสำคัญ

เมื่อมีรายการรับเงินหลายรายการต่อเนื่องกัน ความเร็วของการแจ้งเตือนช่วยลดเวลารอระหว่างการตรวจสอบการชำระเงินของลูกค้าแต่ละราย

เมื่อหลายรายการเข้ามาก่อนเสียงขานยอดเดิมจบ

จากการทดสอบ K SHOP ของ Connect Hub พบว่า หากมีรายการใหม่เข้ามาขณะที่เสียงของรายการก่อนหน้ายังขานไม่จบ แอปอาจเริ่มขานยอดรายการใหม่ทันที ทำให้ยอดก่อนหน้าอาจถูกขัดจังหวะและผู้ใช้งานไม่ได้ยินครบถ้วน พฤติกรรมของแอปรับเงินอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามการปรับปรุงของแอป จึงควรสังเกตจากการใช้งานจริงด้วย

Connect Hub ขานยอดตามลำดับทีละรายการ

สำหรับระบบแจ้งเตือนของ Connect Hub เมื่อมีรายการรับเงินเข้ามาต่อเนื่อง ระบบจะขานยอดของรายการปัจจุบันให้ครบก่อน แล้วจึงขานยอดรายการถัดไป ทำให้ร้านสามารถคาดการณ์ลำดับของเสียงแจ้งเตือนได้เมื่อมีหลายรายการเข้ามาใกล้กัน

ร้านแบบไหนควรพิจารณาระบบ In-App?

มีลูกค้าชำระเงินหลายรายการในช่วงเวลาเดียวกัน

ร้านที่มีรายการรับเงินเข้ามาถี่หรือมีลูกค้าหลายรายรอชำระเงินในช่วงเวลาใกล้กันควรให้ความสำคัญกับความเร็วของการแจ้งเตือน

ต้องรับรู้รายการได้รวดเร็ว

จากการทดสอบของ Connect Hub ระบบ In-App มีระยะเวลาแจ้งเตือนประมาณ 1–3 วินาที เทียบกับ SMS ที่ประมาณ 5–10 วินาที

ต้องการลำดับเสียงที่คาดการณ์ได้

เมื่อใช้การแจ้งเตือนของ Connect Hub รายการปัจจุบันจะถูกขานให้ครบก่อนเริ่มขานรายการถัดไป แม้มีรายการเข้ามาต่อเนื่องกัน

ถ้าร้านของคุณมีลูกค้าโอนเงินเข้ามาหลายรายการติด ๆ กัน สิ่งที่สำคัญไม่ใช่แค่ว่า “มีแจ้งเตือนหรือไม่” แต่คือแจ้งเตือนมาเร็วแค่ไหน และเวลาหลายรายการเข้าพร้อม ๆ กัน ร้านจะตามรายการได้ทันหรือเปล่า จากการทดสอบและการใช้งานที่เราเห็นในระบบ Connect Hub ร้านที่มีรายการรับเงินถี่จะเหมาะกับระบบ In-App มากกว่า SMS เพราะโดยทั่วไปจากการทดสอบของเรา ระบบ In-App ใช้เวลาประมาณ 1–3 วินาที ส่วน SMS อยู่ที่ประมาณ 5–10 วินาที ถ้าร้านมีรายการไม่เยอะ ความต่างไม่กี่วินาทีอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้ามีลูกค้าหลายคนกำลังรอจ่ายเงินพร้อมกัน ความเร็วตรงนี้จะเริ่มเห็นผลชัดขึ้น เพราะรายการใหม่อาจเข้ามาต่อทันทีในขณะที่ร้านกำลังเช็กรายการก่อนหน้าอยู่ อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ “เวลามีหลายยอดเข้าติดกัน แอปขานยอดอย่างไร?” จากการทดสอบ K SHOP ของ Connect Hub เราพบว่า ถ้ายอดใหม่เข้ามาตอนที่เสียงของยอดก่อนหน้ายังพูดไม่จบ แอปอาจเริ่มขานยอดใหม่ต่อทันที ทำให้บางครั้งเราอาจได้ยินยอดแรกไม่ครบ ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกแอปจะทำงานเหมือนกัน และพฤติกรรมของแอปธนาคารก็อาจเปลี่ยนได้เมื่อมีการอัปเดต ดังนั้นร้านควรลองสังเกตแอปที่ตัวเองใช้งานจริงด้วย ส่วนการแจ้งเตือนของ Connect Hub เราออกแบบพฤติกรรมให้เข้าใจง่ายกว่าเวลามีหลายรายการเข้าต่อกัน คือ ขานยอดปัจจุบันให้จบก่อน แล้วค่อยขานยอดถัดไป รายการจึงเรียงต่อกันตามลำดับ แทนที่จะมีเสียงยอดใหม่เข้ามาแทรกก่อนยอดเดิมพูดจบ สรุปง่าย ๆ ถ้าร้านมีรายการรับเงินเข้ามาถี่ โดยเฉพาะช่วงที่ลูกค้าหลายคนจ่ายเงินใกล้ ๆ กัน จากการทดสอบของเรา In-App จะเหมาะกว่าระบบ SMS เพราะแจ้งเตือนได้เร็วกว่า และถ้าใช้ร่วมกับการแจ้งเตือนของ Connect Hub ก็จะได้รูปแบบการขานยอดทีละรายการตามลำดับที่คาดการณ์ได้